การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในโลกยุคปัจจุบันนั้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นได้จากบันทึกของผู้คนในอดีตสู่ผู้คนในยุคปัจจุบัน ดังปรากฏบนหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น ศิลาจารึก คัมภีร์ และตำราโบราณต่างๆ ฯลฯ ซึ่งบางชิ้นนั้นมีอายุเก่าแก่หลายพันปี ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณประโยชน์ให้เราได้ศึกษาเรียนรู้ศาสตร์ด้านต่างๆของมนุษยชาติทั้งสิ้น รูปแบบของการบันทึกนั้นมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบส่วนมากนิยมใช้วัสดุที่ผลิตและหาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น กระดาษ ซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการจดบันทึก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เชื่อกันว่ามีการใช้กระดาษครั้งแรกโดยชาวอียิปต์ คือ กระดาษปาปิรุส นับเป็นกระดาษชนิดแรกของโลกที่ทำมาจากต้นกก ถูกใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์ต่างๆในสมัยอียิปต์โบราณ
ในประเทศไทยก็มีการผลิตกระดาษจากวัสดุในท้องถิ่นมาใช้ในการจดบันทึก เช่น การใช้เยื่อของต้นข่อยมาผลิตเป็นสมุดข่อย ซึ่งมีการใช้งานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยนิยมใช้ในเอกสารฆราวาส เช่น พระราชพงศาวดาร, เอกสารทางกฎหมาย และผลงานวรรณกรรมเช่นเดียวกันกับคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ในภูมิภาคล้านนาเรียกสมุดบันทึกที่ทำมาจากกระดาษว่า “ปั๊บสา” หรือ “พับสา” เป็นสมุดที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆของชาวล้านนา ซึ่งมีความสำคัญรองจากคัมภีร์ใบลาน ทำขึ้นจากต้นปอสา มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เช่น “ปั๊บสาลั่น” มีลักษณะเป็นกระดาษสาแบบยาว พับซ้อนกันไปมาเป็นขั้นๆ หรือ “ปั๊บสาก้อม” มีลักษณะ ไม่ต่างจากพับสาลั่นนัก แต่สามารถพกพาไปตามที่ต่างๆได้ เนื่องจากพับสาก้อมมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่าปั๊บสาลั่น โดยมีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 3 – 6 นิ้ว และปั๊บสาอีกรูปแบบหนึ่ง คือ “ปั๊บสาหัว” ใช้การเย็บหน้ากระดาษด้วยเชือกปอ หรือ ฝ้ายในส่วนหัวของตัวเล่ม สามารถเปิดอ่านได้ทั้งสองหน้าพร้อมกัน มีลักษณะคล้ายสมุดฉีกในปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่าปั๊บสา หรือ พับสา นั้นถือมีความสำคัญไม่น้อยกว่าคัมภีร์ใบลาน ถือเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของล้านนา จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าปั๊บสา หรือ พับสา นั้นกระจัดกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆในภูมิภาคล้านนา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดน่านที่พบเอกสารบันทึกโบราณ ประเภทปั๊บสา หรือ พับสา และคัมภีร์โบราณจำนวนมาก จากการลงพื้นที่สำรวจเบื้องต้นพบว่าแหล่งเอกสารบันทึกโบราณประเภทปั๊บสา หรือ พับสา ที่มีการรวบรวมไว้จำนวนมากในพื้นที่ของจังหวัดน่าน คือ วัดนาเหลืองใน อำเภอเวียงสา โดยหลวงปู่พระครูอินทสรวิสุทธิ์ (ครูบาอินสม อินทสรมหาเถร) เจ้าอาวาสองค์ก่อน และพระมหาปิยะ ธีรังกุโร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้รวบรวมสะสมและจัดเก็บไว้มากกว่าพันเล่ม ประกอบด้วยบันทึกเรื่องราวของศาสตร์ต่างๆของชาวล้านนาโบราณ เช่น บันทึกทางดาราศาสตร์โบราณ, บันทึกเรื่องโลหะวิทยาที่เกี่ยวกับการหลอมโลหะต่างๆ, งานสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง เช่นสูตรการผสมปูนแบบโบราณ รวมทั้งตำราเกี่ยวกับยา และสมุนไพรอันเกี่ยวข้องกับศาสตร์การรักษาโรคของผู้คนในอดีต ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้อันเป็นประโยชน์ที่สามารถนำมาประยุกษ์ใช้ในปัจจุบันได้
ดังที่กล่าวไปข้างต้นชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม ประเภทเอกสารบันทึกโบราณ ของวัดนาเหลืองใน ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ในมิติต่างๆ ทว่าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม มรดกอันทรงคุณค่าเหล่านี้อาจสูญหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคมสมัยใหม่ในไม่ช้า อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงานใดที่ทำการศึกษา อนุรักษ์ และจัดเก็บเอกสารประเภทนี้เข้าสู่ระบบดิจิทัลที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งควรค่าที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์แก่สาธารณะชน ในด้านต่างๆที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ มีความสะดวกรวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่าย ในรูปแบบของระบบดิจิทัล หรือ ข้อมูลออนไลน์ บนโครงข่ายของเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ ให้สาธารณะชนทุกช่วงวัย ได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกษ์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน ตลอดจนเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในภาคต่างๆแก่เมือง และประเทศต่อไปในอนาคต ให้คงอยู่สืบไป
